จากอาหารสุกรสู่พอร์คชอป

2017-10-31

เป็นที่ทราบกันดีว่า ต้นทุนอาหารสัตว์เป็นปัจจัยการผลิตที่มีสัดส่วนมากที่สุดสำหรับผู้ผลิตโดยสูงถึง 70% ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด ทว่าหากไม่มีอาหารสัตว์ที่ได้คุณภาพแล้ว ผู้ผลิตก็ไม่อาจผลิตสุกรที่มีสุขภาพและน้ำหนักที่ดีได้ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือไม่สามารถทำกำไรได้นั่นเอง   

การแปลงอาหารสัตว์คุณภาพดีให้เป็นเนื้อสัตว์ที่มีคุณภาพดีเป็นสิ่งที่ผู้ผลิตล้วนมุ่งหวังจะทำ แต่กระบวนการดังกล่าวเป็นอย่างไร? สุกรจะแปลงอาหารจำพวกรำข้าวให้เป็นเนื้อสันในหรือเนื้อสันนอกติดกระดูกย่างแสนอร่อยได้อย่างไร?

ทุกอย่างเริ่มต้นที่ปาก

เพื่อช่วยให้การย่อยสารอาหารต่างๆ ได้ดีขึ้น อาหารสัตว์จึงถูกบดเป็นอนุภาคเล็กๆ ก่อนผสมกับส่วนประกอบอื่นๆ จนเป็นอาหารสัตว์ขั้นสุดท้าย อาหารสุกรทั้งหมดเริ่มต้นจากอาหารป่น โดยเป็นลักษณะบดและผสม แต่อาจผ่านกระบวนการแปรรูปอัดเม็ดหรือผสมกับน้ำเพื่อทำเป็นโจ๊ก

จุดตั้งต้นของการแปลงอาหารสัตว์ไปเป็นสารอาหารบำรุงร่างกายคือปากของสุกรซึ่งน่าจะเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด โดยภายในปากนั้นอาหารสัตว์จะถูกฟันบดเคี้ยวให้เล็กลงไปอีก อีกทั้งยังเกิดกระบวนการแตกตัวทางเคมีตามธรรมชาติโดยอาศัยเอ็นไซม์ในน้ำลาย หลังจากนั้นอาหารสัตว์ก็จะเคลื่อนผ่านคอหอยและหลอดอาหาร และเข้าสู่กระเพาะอาหารในที่สุด

เกร็ดความรู้: ค่า pH ในขั้นตอนนี้อยู่ระหว่าง 1.5 ถึง 2.5 น้ำมะนาวซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรดทำให้ผิวหนังของคุณระคายเคืองนั้นมีค่า pH ประมาณ 2.2

 

เตรียมทุกอย่างในกระเพาะให้พร้อม

กระเพาะอาหารเป็นจุดที่เกิดกระบวนการต่างๆ ที่น่าสนใจ โดยมีหลั่งเอ็นไซม์ซึ่งทำหน้าที่ย่อยอาหาร อย่างเปปซินออกมารวมกับอาหารสัตว์เพื่อดำเนินการกระบวนการย่อยอาหาร ต่อมสร้างน้ำย่อยในกระเพาะอาหารหลั่งกรดไฮโดรคลอริกออกมาเพื่อลดค่า pH และฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่อาจปะปนมากับอาหารสัตว์ โดยทั่วทั้งกระเพาะอาหารนั้น สารเคลือบกระเพาะจะปกป้องเนื้อเยื่อกระเพาะจากค่า pH ในระดับต่ำ

เกร็ดความรู้: เพื่อไม่ให้ลำไส้เล็กทำงานหนักเกินไป กล้ามเนื้อหูรูดที่อยู่ส่วนปลายกระเพาะอาหาร จะทำหน้าที่ควบคุมปริมาณอาหารที่ผ่านไปยังลำไส้เล็ก ในขั้นตอนนี้ของผสม หรืออาหารที่ย่อยแล้วจะไหลผ่านได้คล่อง

 

สารอาหารถูกดูดซึม

เมื่ออาหารที่ย่อยแล้วถูกส่งต่อไปยังลำไส้เล็ก การย่อยอาหารยังดำเนินต่อไปและการดูดซึมสารอาหารจะเริ่มต้นขึ้น ตับอ่อนมีบทบาทสำคัญในการหลั่งเอ็นไซม์ซึ่งทำหน้าที่ย่อยอาหารเพิ่มเติมเพื่อให้โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตแตกตัวออกมาจากอาหารสัตว์

เมื่ออาหารเคลื่อนไปยังลำไล้เล็กส่วนที่สองและสาม การดูดซึมสารอาหารจะเกิดขึ้นโดยผ่านเยื่อบุผนังลำไส้เล็กซึ่งประกอบด้วยเซลล์โครงสร้างคล้ายนิ้วมือเรียกว่า วิลไล ทันทีที่สารอาหารอย่างกรดอะมิโนและน้ำตาลเชิงเดี่ยวถูกดูดซึม ก็จะเคลื่อนผ่านไปยังระบบไหลเวียนโลหิต ไขมันจะเข้าสู่ระบบน้ำเหลืองและถูกส่งไปยังระบบไหลเวียนทั่วไปโดยผ่านท่อน้ำเหลืองทอราซิก

สุดท้ายอาหารสัตว์ส่วนที่ไม่ถูกย่อยจะเคลื่อนเข้าไปยังลำไส้ใหญ่ แม้จะมีการดูดซึมสารอาหารบ้างในขั้นตอนนี้ แต่หน้าที่หลักของลำไส้ใหญ่คือการดูดซึมน้ำ เมื่อน้ำส่วนใหญ่ถูกดูดซึมไปแล้ว อาหารสัตว์ส่วนที่ไม่ถูกย่อยก็จะถูกบีบอัดเป็นมวลกึ่งของแข็งซึ่งสุกรขับถ่ายออกมา

เกร็ดความรู้: ลำไส้เล็กของสุกรยาวประมาณ 60 ฟุต (หรือ 20 หลา) และลำไส้ใหญ่ยาวประมาณ 16 ฟุต

 

ทุกๆ คำสำคัญ

อัตราเฉลี่ยของการแปลงอาหารสัตว์เป็นน้ำหนักของสุกรอยู่ที่ประมาณ 2.4 ซึ่งแปลว่าอาหารสัตว์ทุกๆ 2.4 ปอนด์ที่กินเข้าไป จะทำให้สุกรมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 1 ปอนด์ อาหารสัตว์ทุกๆ คำที่สุกรไม่ได้ย่อยนั้นคือความสูญเสียของผู้ผลิต การทำให้อาหารแต่ละคำถูกย่อยนั้นจึงมีความสำคัญ

เอ็นไซม์ที่เติมลงไปในอาหารสัตว์ช่วยให้ผู้ผลิตได้รับประโยชน์จากอาหารสัตว์มากที่สุดโดยเพิ่มความสามารถในการย่อยสารอาหารต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ออลเทคใช้วิธีการหมักแบบแข็ง (solid state fermentation) ซึ่งเป็นกระบวนการที่คิดค้นขึ้น ในอียิปต์เมื่อ 2600 ก่อนคริสตกาล เพื่อผลิตเอ็นไซม์คอมเพล็กซ์ในอาหารสัตว์ ออลไซม์ เอสเอสเอฟ สร้างเอ็นไซม์ต่างๆ ที่ทำงานร่วมกับระบบย่อยอาหารของสุกร ช่วยให้สุกรย่อยอาหารและแปลงเป็นสารอาหารบำรุงร่างกายได้มีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

คลิกที่นี่ เพื่อดูรายละเอียดของเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพอาหารสัตว์และเครื่องมือต่างๆ ที่ออกแบบขึ้นเพื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพของอาหารสุกรของคุณ 

 

ติดต่อเรา

บริษัท ออลเทค ไบโอเทคโนโลยี คอร์ปอเรชั่น จำกัด

เลขที่ 209/1 เคเคพีทาวเวอร์ ชั้น 17 อาคารบี ถนนสุขุมวิท 21

แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110

โทรศัพท์  02-260 0888

โทรสาร    02-260 0866

background image