การขาดตลาดของวิตามินเอและอีเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาของการเปลี่ยนแปลง

วิตามินเป็นส่วนสำคัญต่ออาหารของปศุสัตว์เพื่อเสริมให้มีภูมิคุ้มกัน การสืบพันธุ์ การย่อยอาหารและอวัยวะ กล้ามเนื้อ ระบบประสาทและระบบไหลเวียนที่ดี ทั้งนี้จะเป็นไปได้หรือไม่ว่าผู้ผลิตจะสามารถลดอัตราการใช้วิตามินในสูตรอาหาร ผู้อำนวยการงานวิจัยของออลเทค ดร. ริชาร์ท เมอร์ฟี่ ตอบว่า เป็นไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราพิจารณาส่วนประกอบอื่นๆ ของอาหาร เช่น ซีลีเนียมอินทรีย์ ซึ่งมีผลกระทบในเชิงเกื้อหนุนและประหยัดกว่า
2018-03-15

ผู้ผลิตด้านปศุสัตว์กำลังแย่งชิงกันในภาวะการขาดตลาดของวิตามิน เอ และ อี ในช่วงแรกของปี 2561 ไม่นานมานี้เราได้เห็นการผันผวนของราคาในตลาดวิตามินสองชนิดนี้ที่เป็นส่วนประกอบของอาหารสัตว์และเป็นส่วนสำคัญในการดูแลสุขภาพและการให้ผลผลิตของสัตว์

ราคาวิตามิน อี เพิ่มขึ้นกว่าสามเท่าเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2560 หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ฐานผลิตซิทรัลของ BASF ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำไรน์ในเมืองลุดวิกชิเฟ่น ประเทศเยอรมนี ในปัจจุบัน BASF เป็นผู้ผลิตซิทรัลรายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งซิทรัลเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสังเคราะห์วิตามินเอ และ อี

นี่ยังไม่รวมถึง การที่ประเทศจีนลดการผลิตวิตามินเหล่านี้ช่วงหลายเดือนในฤดูร้อนก่อนหน้าที่ BASF จะเกิดเฟลิงไหม้ โดยมีการออกมาตรการปกป้องสิ่งแวดล้อมใหม่ของรัฐบาลจีนให้ผู้ผลิตวิตามินทุกรายในประเทศจำกัดการผลิต

“อุตสาหกรรมวิตามินนั้นเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษในปริมาณมาก รองจากอุตสาหกรรมเคมี อุตสาหกรรมซีเมนต์ และอุตสาหกรรมผลิตยา” อเล็กซานเดอร์ บูเคน ผู้จัดการฝ่ายคลังสินค้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของออลเทคกล่าว “ดังนั้น เป็นที่แน่ชัดว่ากฎหมายการเก็บภาษีเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมจึงส่งผลกระทบอย่างมากต่อผู้ผลิตในประเทศจีน รวมไปถึงความพยายามที่จะทำให้การผลิตเป็นกระบวนการที่สะอาดยิ่งขึ้น”

BASF ออกประกาศถึงเหตุสุดวิสัยที่ทางบริษัทได้ขอผ่อนผันข้อบังคับตามสัญญาเพื่อให้บริษัทฟื้นตัวจากอุบัติเหตุที่ไม่สามารถควบคุมได้ในครั้งนี้สำหรับส่วนผสมของกลิ่นที่มีซิทรัลและไอโซเฟรนอลเป็นส่วนประกอบหลัก หลังจากนั้น บริษัทได้ขยายไปผลของเหตุการณ์สุดวิสัยนี้ไปถึงวิตามินเอ และ อี โดยยกเลิกการผลิตวิตามินทั้งสองส่วน ทั้งนี้การผลิตนั้นไม่สามารถเริ่มใหม่ได้ไปจนกว่าจะมีการก่อตั้งสายการผลิตใหม่และมีการผลิตตัวประสานสำหรับวิตามินเอ และ อี อีกครั้ง​

ทันทีภายหลังการประกาศเหตุสุดวิสัยของ BASF  ผู้ผลิตในประเทศจีนทั้งหมดก็หยุดการเสนอราคาเพื่อที่ดันราคาตลาดให้สูงขึ้น มีเพียงตัวแทนค้าส่งสินค้าโภคภัณฑ์เท่านั้นที่จะมีการกักตุนสินค้าได้อย่างเพียงพอ โดยเสนอขายที่ราคาสูงกว่าราคาของผู้ผลิตอย่างมาก ทันทีที่สินค้าของตัวแทนจำหน่ายเหล่านี้หมดลง ผู้ผลิตชาวจีนก็เริ่มการผลิตใหม่โดยขายในราคาที่สูงขึ้นไปอีกสองถึงสามเท่าของราคาที่ตัวแทนจำหน่ายให้กับตลาดก่อนหน้านี้

วิตามิน เอ

ประมาณการว่าร้อยละ 40-45 ของตลาดวิตามินเอ เกรด 1000 ทั่วโลก สำหรับอาหารสัตว์นั้นจัดจำหน่ายโดยบริษัทผู้ผลิตสารตั้งต้นที่ผลิตจากโรงงานผลิตซิทรัลของ BASF ตามการประเมินของ Feedinfo News Service

แม้ว่าคุณประโยชน์ของวิตามินเอ ที่ได้รับนั้นจะแตกต่างไปในแต่ละสายพันธุ์ โดยทั่วไปเป็นส่วนสำคัญต่อภูมิคุ้มกันและการสืบพันธุ์ และช่วยในการทำงานของหัวใจ ปอด ไต และอวัยวะอื่นๆ ให้ดำเนินไปอย่างปกติ

วิตามิน อี

วิตามินอีพบได้มากในพืชอาหารสัตว์สีเขียว เช่น ฟางและหญ้าหมัก แต่ระดับวิตามินอี จะลดลงเมื่อพืชเหล่านั้นมีอายุมากขึ้นและถูกเก็บไว้นาน ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของวิตามินอี คือการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน

ยังมีรายงานว่าวิตามินอี เป็นส่วนสำคัญในการช่วยผสานการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบสืบพันธุ์รวมไปถึงระบบกล้ามเนื้อ ระบบหมุนเวียนเลือดและระบบประสาทของทั้งมนุษย์และสัตว์

การขาดวิตามินอีจะก่อให้เกิดความผิดปกติของเยื่อหุ้มเซลล์เนื่องจากการเสื่อมด้วยการออกซิเดชั่นของกรดไขมันไม่อิ่มตัว ทำให้การออกซิเดชั่นของโปรตีนและสุดท้ายนำไปสู่ความเสียหายของกรดนิวคลีอิก อาการของความผิดปกตินั้นขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของสัตว์

เนื่องด้วยการเสื่อมที่เกิดจากออกซิเดชั่นของกรดไขมันไม่อิ่มตัว การขาดวิตามินอี โดยทั่วไปจึงก่อให้เกิดเซลล์เนื้อร้ายในตับ การที่มีวิตามินอีในอาหารไม่เพียงพอสามารถก่อให้เกิดความผิดปกติเฉพาะสายพันธุ์ได้ เช่น เนื้อสมองตาย (“อาการไก่บ้า”) ในสัตว์ปีกและโรคหวัดเงิน (ความสามารถในการซึมผ่านของผนังหลอดเลือดฝอยผิดปกติ) การขาดวิตามินอีนี้เชื่อมโยงไปถึงการเกิดโรคหัวใจมัลเบอรี่ (mulberry heart disease) ซึ่งทำให้สุกรหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน และ “โรคตัวขาว” (โรคกล้ามเนื้อเจริญเติบโดผิดเพี้ยน) ในปศุสัตว์และสัตว์ปีก

การขาดวิตามินอี ที่ตรวจพบในระยะก่อนการรักษานั้นน้อยมากที่จะทำให้เกิดความผิดปกติในการย่อยอาหารและการเจริญเติบโตล้าช้า ยังมีการรายงานว่านำไปสู่การการต้านทานความเครียดลดลง ความไวต่อโรคติดต่อที่สูงขึ้น และการเจริญพันธุ์ลดลง

การขาดวิตามินเอในเม็ดเลือดที่ไม่สามารถตรวจพบได้อาจส่งผลลดความสามารถในการนำอาหารไปใช้ประโยชน์ และการเจริญเติบโตผิดรูปแบบ อีกทั้งมีรายงานพบว่าการขาดวิตมินอีนำไปสู่การการต้านทานความเครียดได้น้อยลง ร่างการยอ่อนแอ มีความไวต่อโรคติดต่อที่สูงขึ้น และการเจริญพันธุ์ลดลง

 

ผู้เลี้ยงปศุสัตว์ควรทำอย่างไรในภาวะวิกฤตวิตามินเอ และ อี

ท่ามกลางกลุ่มผู้ผลิตที่ประสบปัญหาในการดูแลสุขภาพของเหล่าปศุสัตว์ คำถามสำคัญคือ “แล้วจะทำอย่างไรต่อ”

วิกฤตนำไปสู่โอกาศเสมอ

“ผมคิดว่าเราต้องมาทบทวนกลยุทธ์การทำสูตรอาหารที่มีวิตามินอีใหม่ และ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวโน้มในการเพิ่มความเข้มข้นในการเสริมสารอาหารที่เราได้พบเห็นกันในหลายปีที่ผ่านมา” ดร.ริชาร์ด เมอร์ฟี่ ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ชีวภาพยุโรปของออลเทคในเมืองดอนบอย ประเทศไอร์แลนด์กล่าว “หากเรามองที่ปรับสูตรอาหารโดยมองปริมาณวิตามินอี จากเรื่องของการประสานกำลังและการต้านอนุมูลอิสระที่ได้จากสารอาหารอื่นๆ เช่น ซีลีเนียม นั่นแปลว่าเรากำลังมองที่การลดปริมาณการใช้วิตามินอีได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

อย่างไรก็ตาม การลดการใช้วิตามินอีนั้นไม่ได้ง่ายเหมือนกับการค้นหาสารที่จะนำมาใช้ทดแทน

“ความเป็นจริงของสารต้านอนุมูลอิสระคือมันไม่ได้ทำงานเพียงตัวเดียว แต่มีปฏิสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่อง เกิดเป็นเครือข่ายสารต้านอนุมูลอิสระที่ซับซ้อนขึ้น” ดร.เคท ชาร์ค ผู้อำนวยการด้านสารอาหารของออลเทคกล่าว “ไม่มีสารต้านอนุมูลอิสระ 2 ตัวใดที่อยู่ในเครือข่ายนี้แล้วทำงานแบบเดียวกัน ดังนั้นในขณะที่สารต้านอนุมูลอิสระทำงานร่วมกัน สารตัวหนึ่งไม่สามารถทดแทนอีกตัวหนึ่งได้”

ในภาวะที่วิตามินอีขาดตลาด สิ่งที่ควรถามนั้นไม่ใช่ว่าเราจะทดแทนวิตามินอีได้อย่างไร แต่ควรถามว่าเราจะเพิ่มประสิทธิภาพของเครือข่ายสารต้านอนุมูลอิสระนี้อย่างสูงสุดได้อย่างไรโดยใช้วิตามินอีให้น้อยลง

นี่คือจุดยืนของผลิตภัณฑ์ของออลเทคที่เรียกว่า EconomasE®  อีโคโนแมส คือการผสมผสานสารต้านอนุมูลอิสระด้วยสัดส่วนที่พอเหมาะที่พบว่าสารมารถเสริมเครือข่ายสารต้านอนุมูลอิสระและพัฒนาประสิทธิภาพของระบบการต้านอนุมูลอิสระให้ใช้วิตามินอีได้ดียิ่งขึ้น

พัฒนาขึ้นโดยอาศัยการแสดงออกทางพันธุกรรม นักวิจัยพบว่าการผสมสารอาหารสูตรเฉพาะนี้ให้ผลกับการแสดงออกทางพันธุกรรมที่คล้ายกันกับการใช้วิตามินอี

แทนที่จะเข้าไปแทนที่วิตามินอี อีโคโนแมสทำหน้าที่เสริมระบบสารต้านอนุมูลอิสระที่เหลือและทำให้วิตามินอีที่มีอยู่มีประสิทธิภาพที่สุด ด้วยการทำให้แน่ใจว่าการทำงานของระบบสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่ในเซลล์นั้นมีประสิทธิภาพสูงสุดและเติมแร่ธาตุชนิดที่ร่างกายต้องใช้ในปริมาณน้อยแต่สำคัญที่จำเป็นต่อเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระอีโคโนแมสสามารถลดปริมาณของวิตามินอีที่จำเป็นต่อการป้องกันไม่ให้การออกซิเดชั่นนั้นเกิดขึ้น

EconomasE​ เป็นทางออกที่แท้จริงหรือไม่เมื่อถึงคราวที่เกิดวิกฤติขาดแคลนวิตามินอี

“การศึกษาเพิ่มเติมด้านพันธุกรรมพบว่า อีโคโนแมสช่วยเพิ่มการทำงานของพันธุกรรมที่ปกติแล้วตอบสนองกับวิตามิน อี” ดร.เมอร์ฟี่กล่าว “อันที่จริงแล้วการใส่ อีโคโนแมสลงในอาหารนั้นสามารถลดการใช้วิตามินอีได้ โดยรักษาะดับสุขภาพและการให้ผลผลิตของสัตว์ไว้ได้เหมือนเดิม”

ในการทดลองผลผลิตของสัตว์ อีโคโนแมสได้แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ ในฐานะทางเลือกของระบบต้านอนุมูลอิสระโดยเสริมศักยภาพสารต้านอนุมูลอิสระและลดต้นทุนด้านอาหาร ในการทดลองกับไก่กระทง กลุ่มที่เสริมด้วย
อีโคโนแมสมีผลผลิตและมีการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระที่เทียบเท่าหรือดีกว่ากลุ่มที่เสริมด้วยวิตามินอี (อัตราการใช้ที่ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดคือ 200 กรัมต่อตัน) ในโคนมและโคเนื้อ การให้ โคโนแมสในปริมาณ 2 กรัมต่อตัวต่อวันแสดงให้เห็นถึงคุณประโยชน์ด้านการสืบพันธุ์

ยังไม่มีสัญญาณของราคาวิตามินจะกลับเข้าสู่ภาวะปรกติในช่วงต้นของปี 2561 ในระหว่างนี้ อีโคโนแมสเป็นทางเลือกในการต่อต้านอนุมูลอิสระอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทั้งชดเชยต้นทุนการใช้วิตามินอี

แล้วเมื่อไหร่ที่ BASF จะกลับมาเริ่มการผลิตอีกครั้ง

BASF ลุดวิกชิเฟ่น ก่อนเดือนมีนาคม 2561 และเมื่อการผลิตที่ฐานซิทรัลกลับมาอีกครั้ง ก็คาดว่าวิตามินเอและอี จะกลับมาพร้อมสำหรับจัดส่งหลังจากนั้น 6-12 สัปดาห์ และจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับระยะเวลาขนส่งของแต่ละประเทศ BASF ได้จัดทำเว็บไซต์เพื่อแจ้งข้อมูลอัพเดทไว้ ที่นี่

คุณอยากรู้เรื่องเพิ่มเติมเกี่ยวกับ EconomasE® อีกไหม
nongkhunarak@alltech.com

 

ติดต่อเรา

บริษัท ออลเทค ไบโอเทคโนโลยี คอร์ปอเรชั่น จำกัด

33/4 อาคารเดอะไนน์ ทาวเวอร์ส แกรนด์ พระราม 9

ทาวเวอร์เอ ชั้น 19  ถนนพระราม 9 แขวงห้วยขวาง

เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310

โทรศัพท์  0-2168 1118

โทรสาร    0-2168 1119

background image